วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ( Speech Contest)

เทคนิคการพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ( Speech Contest)
สุพรรณิการ์ สุทธหลวง
 Speech Contest มี 2 ประเภท
 1. Speech Contest คือ การแข่งขันที่นักเรียนรู้หัวข้อและสามารถเตรียมบทพูดก่อนได้ ดังนั้น การเตรียมพร้อม และ ซ้อม ซ้อม ซ้อม จึงเป็นส่วนที่จะสามารถทำให้นักเรียนได้คะแนนมากหรือน้อย เตรียมเนื้อหาตามกรอบหัวข้อที่กรรมการกำหนด และซ้อม เน้นเรื่อง การออกเสียง ( Pronunciation ) , บุคลิกภาพ ( Characteristic) และ เนื้อเรื่องที่พูด ( Content)
 2. Impromptu speech contest คือ การแข่งขันที่นักเรียนไม่ทราบหัวข้อเรื่อง จับสลากหัวข้อเรื่องและให้คิดก่อน 5 นาทีแล้วพูด ดังนั้นนักเรียนจะต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ ทักษะการเขียนเรียงความ และทักษะการพูดอยู่ในระดับดีมาก
ก่อนพูด (Pre-Speech) 
1. ให้เตรียมเนื้อหาให้พร้อม คิดว่า หัวข้อเรื่องธรรมดา เช่น Myself จะไม่ธรรมดาได้อย่างไร อยู่ที่วิธีการนำเสนอ ว่าเราจะพูดถึงตัวเราในแง่มุมไหน เช่น การพูดถึงสิ่งที่เราเคยทำ เช่น ดิฉันเคยแข่งครอสเวิร์ดครั้งแรก แพ้อย่างราบคาบ แต่หลังจากนั้นดิฉันก็ซ้อมๆๆๆๆ ทำให้ปีที่สองที่ไปแข่ง ได้เป็นแชมป์ มันน่าเหลือเชื่อมาก ทำให้ดิฉันได้ข้อคิดว่า...การทุ่มเทและใส่ใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ไม่เคยเสียเปล่า
 2. เตรียมเนื้อหา ให้มีลำดับขั้นตอนที่ต่อเนื่องและสามารถจดจำได้ เช่น พูดเกี่ยวกับตนเอง ตามด้วยครอบครัว โรงเรียน ครู วิชาที่เรียน เพื่อน เหตุการณ์ที่ประทับใจ ตามลำดับ
 3. เนื้อหาที่เตรียมควรมีการตรวจสอบความถูกต้อง เรื่อง Tense ต่างๆ ที่จะใช้พูด หากไม่แน่ใจควรให้ครูสอนภาษาอังกฤษท่านอื่นตรวจสอบหรือเจ้าของภาษาช่วยตรวจสอบ เพราะนักเรียนจะต้องท่องจำบทนั้นไปตลอด
4. การสร้างสรรค์เนื้อเรื่อง ควรเป็นเรื่องที่คิดว่ากรรมการอาจไม่เคยได้ยิน ฟังดูน่าสนใจ แต่อยู่ในหัวเรื่องนั้นๆจะทำให้ได้คะแนนแบบชนะใจกรรมการได้ง่ายดาย
 5. ศึกษาการพูดสุนทรพจน์จากใน Youtube มีตัวอย่างที่ดีให้ดูมากมาย อีกทั้งบทพูดที่สามารถปรับให้เป็นของเราได้ และนักเรียนจะสามารถเลียนแบบพฤติกรรมจากวีดีโอดังกล่าว
 6. ครูต้องพูดให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง ทั้งการออกเสียง สำเนียง และ บุคลิกภาพ นักเรียนส่วนใหญ่จะได้แบบอย่างมาจากครู ดังนั้นครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีนะคะ เราคาดหวังนักเรียนอย่างไร เราต้องสามารถทำอย่างนั้นได้ก่อนนักเรียน
 7. ซ้อม ซ้อม ซ้อม ทั้งต่อหน้ากระจก , เพื่อน ,ครู และที่หน้าเสาธงจริงๆ การฝึกพูดบ่อยๆจะทำให้เราไม่รู้สึกประหม่า และสั่นกลัว การขึ้นเวทีบ่อยๆ ทำให้เราเกิดความมั่นใจ ( Confident)
 8. พูดกับตัวเองว่า “เราทำได้” I can do it. เพื่อย้ำความมั่นใจก่อนเจอสนามจริง
 9. ครูควรให้กำลังใจและไม่กดดันนักเรียนด้วยนะคะ...สิ่งนี้สำคัญเพราะเด็กส่วนใหญ่มักจะเกรงใจครู และกดดันตัวเอง กลัวครูผิดหวังในตัวเอง
ระหว่างพูด ( While-Speech) 
1. ก่อนพูดจริง 5 นาที ให้อยู่ในอาการสงบ สร้างกำลังใจให้กับตนเอง และย้ำความมั่นใจว่าเราต้องทำได้ 2. การพูดสุนทรพจน์ เป็นการพูดต่อหน้าประชุมชน จังหวะการพูดต้องไม่เร็วหรือช้าเกินไป หลายคนมักคิดว่า คนที่พูดภาษาอังกฤษได้เร็วหมายถึงการพูดได้เก่ง จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลย การพูดในที่ประชุมชน หรือกล่าวสุนทรพจน์ เราต้องการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่น่าสนใจ ยิ่งต้องพูดให้ดึงดูดความสนใจให้มากที่สุด การพูดเร็ว อาจทำให้คนฟัง ฟังไม่ทัน และอาจพลาดประเด็นที่เราต้องการสื่อสารไปได้ และทำให้ผู้พูดที่ท่องบทมานั้น ลืมได้ง่าย นึกบทที่จะพูดต่อไปไม่ทัน การพูดชะงัก เสียคะแนนมาก การพูดที่มีจังหวะที่ดี คือการพูดตามความของประโยค หรือคำสันธานที่เชื่อมประโยคไว้ จะทำให้ผู้พูดหายใจได้ตามจังหวะธรรมชาติ ลดอาการตื่นเต้นได้มาก การพูดช้าทำให้ไม่น่าสนใจ และสามารถหาข้อผิดพลาดได้ง่าย 3.
4. การพูดคำศัพท์ภาษาไทย เช่น กรุงเทพมหานคร ควรพูดด้วยสำเนียงไทย ให้ถูกต้อง ไม่ต้องพูดตามสำเนียงภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักภาษา 4. คนไทยส่วนใหญ่มักคิดว่า ภาษาอังกฤษคือภาษาที่มีการออกเสียง /s/ และ /sh/ คือ เสียง /ส/ และ /ช/ เยอะๆ เช่น กูดส์ มอร์นิ่ง ( Good Morning) พยายามให้ออกเสียงตามตัวสะกดนั้นๆนะคะ
 5. การออกเสียงท้าย เช่น /t/ /s/ /st/ /d/ ฯลฯ พยายามฝึกให้ออกเสียงท้ายให้ชัดเจน แต่ถ้าทำให้การพูดไม่ลื่นไหลให้เน้นคำสำคัญก็พอจะรับฟังได้ค่ะ
 6. ระหว่างที่นักเรียนพูดนั้น ควรนึกถึงประโยคที่จะพูดต่อไปก่อนพูดจริงหนึ่งประโยค เพื่อกันลืม และออกเสียงได้ถูกต้อง 7.
7.ระหว่างนักเรียนพูด ครูที่ฝึกซ้อมอย่าแสดงสีหน้า อาการไม่พอใจที่นักเรียนพูดผิด เพราะจะทำให้นักเรียนเสียขวัญ กำลังใจ พาลให้การพูดแย่ลงไปด้วย หากคิดว่าตนเองจะกดดันนักเรียน อาจจะหลบไปอยู่มุมที่นักเรียนเรามองไม่เห็นก็ได้นะคะ 8.
8. ระหว่างที่ผู้เข้ารับการแข่งขันพูด ผู้ฟังไม่ควรถ่ายรูป หรือแสดงอาการที่จะทำให้ผู้พูดชะงัก เช่น ส่งสัญญาณ ด้วยมือ หรือ ส่ายหน้า อันเป็นการรบกวนสมาธินักเรียน 9.
9.การสบตา ( Eye Contact ) ควรสบตาผู้ฟัง แต่หากคิดว่า สบตาแล้วจะทำให้ตื่นเต้น กดดันและลืมบท สามารถกวาดสายตาไปทั่วๆ เพื่อให้มองเห็นว่าผู้พูดต้องการสื่อสารให้กับผู้ฟังที่นั่งฟังอยู่
10. การยิ้มระหว่างที่พูดแสดงถึงความสดใส ในตัวผู้พูด ลดภาวะตึงเครียดให้กับผู้พูดและยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง และกรรมการ สามารถเพิ่มคะแนนให้กับตนเองได้ดีมาก 11.
11. การพูดในรูปแบบของตนเอง คือ เป็นตัวของตนเอง การผายมือ การใช้อวัจนภาษา ให้เป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล เมื่อเป็นธรรมชาติของผู้พูด ผู้พูดจะสามารถพูดได้ดี ไม่ต้องพะวงเรื่อง มือ ส่งผลให้การพูดดูดี 12.
12. มีบุคลิกภาพที่สดใส ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า ผู้พูดคนนี้มีพลังในอยู่ตัว เมื่อพูดแต่ละประโยคช่างน่าฟัง สดใส ฉลาด น่ารัก
 13. การจับไมค์ มี 2 แบบ - แบบใช้ขาไมค์ ผู้พูดสามารถใช้มือได้ทั้งสองมือ - มือ 1 ข้างถือไมค์ ดังนั้นจะเหลือมืออีกหนึ่งข้าง ต้องมีการฝึกซ้อมการใช้มือให้เป็นธรรมชาตินะคะ
 14. เมื่อพูดจบ ควรกล่าวขอบคุณสั้นๆ ง่ายๆ กะทัดรัด เพื่อให้ดูลื่นไหลในตอนจบ เช่น Thank you for your attention.
หลังพูด ( Post-Speech)
 1. การแข่งขันจบลงแล้ว นักเรียนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น คิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว
 2. เมื่อเจอคู่แข่งที่เก่งกว่าให้เรียนรู้เทคนิคการพูดที่ดี และนำไปปรับปรุง 3.
3.เมื่อเจอคู่แข่งที่อ่อนกว่า ให้เรียนรู้สิ่งที่ไม่ควรทำ และเราจะไม่ทำ เป็นตัวอย่างบทเรียนการพูดของเรานะคะ 4.
4. ครูควรให้กำลังใจนักเรียน และเรียนรู้เทคนิคจากคู่แข่งไปพร้อมกับนักเรียนและเตรียมวางแผนสำหรับการแข่งขันต่อไป
 5. อย่าลืมแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และกล่าวให้กำลังใจผู้แพ้ นะคะ สิ่งนี้เป็น Spirit น้ำใจนักกีฬาที่จะช่วยสร้างเครือข่ายภาษาอังกฤษของเราค่ะ 

ผู้เขียนคิดว่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งครูและนักเรียนได้มองเห็นภาพ สามารถนำไปพัฒนาทักษะการพูดของนักเรียนได้มากยิ่งขึ้นค่ะ ขอส่งกำลังใจให้ทั้งคุณครูและนักเรียนในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษค่ะ
 Kosut158@gmail.com
 Facebook|ERIC
Nan 2 Facebook|krukook sut

2 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณนะคะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ทำให้มีพลังในการฝึกซ้อมมากขึ้นค่ะ

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้

    ตอบลบ

ข้อสอบการวัดและประเมินผล สอบครูผู้ช่วย

1. การวัดผลการศึกษาเชิงปริมาณ คือข้อใด ก. การวัดเชาว์ปัญญา ข. การวัดผลสัมฤทธิ์ ค. การวัดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ง. การวัดความซื่อ...